The State of Social Media in Thailand 2025–2026
รายงานวิเคราะห์ภูมิทัศน์สื่อสังคมออนไลน์ในประเทศไทย
Executive Takeaways
- โซเชียลมีเดียกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานของพฤติกรรมดิจิทัล ครอบคลุมการสื่อสาร ความบันเทิง การค้นหาข้อมูล การค้า และการตัดสินใจของผู้บริโภค
- ผู้ใช้งานไทยมีพฤติกรรมแบบ Multi-Platform โดยเลือกใช้แต่ละแพลตฟอร์มตามวัตถุประสงค์และรูปแบบเนื้อหาที่แตกต่างกัน
- Video Content, Social Commerce, Influencer Marketing และ AI กำลังเปลี่ยนวิธีสร้าง เข้าถึง และวัดผลคอนเทนต์
- ความคาดหวังด้านความรวดเร็ว ความจริงใจ และความโปร่งใส ทำให้ความเสี่ยงด้านชื่อเสียงสามารถขยายตัวได้ภายในเวลาอันสั้น
- องค์กรต้องเปลี่ยนจากการวัดยอด Engagement เพียงอย่างเดียว ไปสู่การวิเคราะห์ Audience, Sentiment, Influence, Conversion และ Business Impact
บทนำ
ในช่วงปี 2025–2026 สื่อสังคมออนไลน์ยังคงมีบทบาทสำคัญต่อโครงสร้างเศรษฐกิจ สังคม และการสื่อสารของประเทศไทย ด้วยการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและแพลตฟอร์มดิจิทัลในระดับสูง
โซเชียลมีเดียไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเป็นช่องทางสื่อสารหรือความบันเทิง แต่ได้พัฒนาไปสู่เครื่องมือด้านการตลาด การค้า การสร้างแบรนด์ การบริการลูกค้า และแหล่งข้อมูลประกอบการตัดสินใจของผู้บริโภค
รายงานนี้มีจุดประสงค์เพื่ออธิบายภาพรวมสถานการณ์ แนวโน้มสำคัญ และพฤติกรรมผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียในประเทศไทยช่วงปี 2025–2026 เพื่อเป็นพื้นฐานสำหรับการวางกลยุทธ์ด้านการสื่อสาร การตลาด และการวิเคราะห์ข้อมูลในอนาคต
ภาพรวมการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ในประเทศไทย
ประเทศไทยเป็นตลาดที่มีการใช้โซเชียลมีเดียอย่างเข้มข้น ผู้ใช้งานส่วนใหญ่เข้าถึงแพลตฟอร์มผ่านโทรศัพท์มือถือ และใช้หลายแพลตฟอร์มในแต่ละวัน
ลักษณะเด่นของผู้ใช้งานไทยคือการมีบัญชีในหลายแพลตฟอร์มพร้อมกัน และสลับใช้งานตามวัตถุประสงค์ เช่น
- ติดตามข่าวสารและเหตุการณ์ปัจจุบัน
- รับชมความบันเทิงและวิดีโอ
- สื่อสารกับครอบครัว เพื่อน และกลุ่มชุมชน
- ค้นหาข้อมูลสินค้า บริการ และรีวิว
- ซื้อสินค้าและติดต่อกับผู้ขาย
- แสดงความเห็นและมีส่วนร่วมกับประเด็นสังคม
โซเชียลมีเดียจึงไม่ใช่กิจกรรมเฉพาะช่วงเวลาว่าง แต่เป็น ส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันและโครงสร้างพื้นฐานทางพฤติกรรมดิจิทัลของสังคมไทย
แพลตฟอร์มหลักและบทบาทที่เปลี่ยนไป
ในช่วงปี 2025–2026 บทบาทของแต่ละแพลตฟอร์มมีความเฉพาะด้านชัดเจนขึ้น
| แพลตฟอร์ม | บทบาทสำคัญ | รูปแบบเนื้อหาที่โดดเด่น | โอกาสสำหรับองค์กร |
|---|---|---|---|
| TikTok | การค้นพบคอนเทนต์ กระแส และความบันเทิง | วิดีโอสั้น Live และ Creator Content | Awareness, Social Commerce และ Community Engagement |
| ข่าวสาร ชุมชน แบรนด์ และการค้าขาย | Post, Video, Group และ Live | เข้าถึงผู้ใช้หลายช่วงอายุและสร้างชุมชน | |
| YouTube | การค้นหาวิดีโอ ความรู้ รีวิว และความบันเทิง | วิดีโอสั้นและวิดีโอแบบยาว | Education, Product Review และ Thought Leadership |
| ภาพลักษณ์ ไลฟ์สไตล์ และ Creator Economy | Image, Reels และ Stories | Brand Image และ Influencer Marketing | |
| LINE | การสื่อสาร ความสัมพันธ์กับลูกค้า และบริการ | Chat, Official Account และ Rich Message | CRM, Customer Service และ Direct Commerce |
| X | ข่าวแบบเรียลไทม์ ความเห็น และกระแสสังคม | ข้อความสั้น Thread และ Live Conversation | Real-Time Monitoring และ Issue Management |
TikTok มีบทบาทเด่นด้านวิดีโอสั้น การค้นพบเนื้อหา และ Social Commerce โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่และวัยทำงาน
Facebook ยังคงมีความสำคัญในฐานะแพลตฟอร์มที่เข้าถึงผู้ใช้หลากหลายช่วงอายุ ใช้ติดตามข่าวสาร แบรนด์ ชุมชนออนไลน์ และการค้าขาย
YouTube เหมาะกับคอนเทนต์เชิงความรู้ รีวิวเชิงลึก และวิดีโอความบันเทิงรูปแบบยาว ขณะที่ Instagram, LINE และ X ยังคงมีฐานผู้ใช้งานและบทบาทเฉพาะที่ชัดเจน
องค์กรไม่ควรใช้เนื้อหาเดียวกันกับทุกแพลตฟอร์ม แต่ควรออกแบบบทบาทของแต่ละช่องทางให้สัมพันธ์กับ Audience, Content Format และ Customer Journey
พฤติกรรมผู้ใช้งานและการเปลี่ยนแปลงเชิงความคิด
ผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียในประเทศไทยเริ่มมีพฤติกรรมซับซ้อนขึ้น จากเดิมที่เน้นการรับชมและสื่อสาร ไปสู่การใช้แพลตฟอร์มเป็นแหล่งข้อมูลก่อนตัดสินใจ
ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับ
- รีวิวและประสบการณ์ของผู้ใช้งานจริง
- ความคิดเห็นใน Community
- Creator และ Influencer ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
- วิดีโอสาธิตและการเปรียบเทียบสินค้า
- การตอบสนองของแบรนด์เมื่อเกิดคำถามหรือปัญหา
- ความสอดคล้องระหว่างคำโฆษณากับประสบการณ์จริง
ผู้ใช้งานยังคาดหวัง ความรวดเร็ว ความจริงใจ และความโปร่งใส หากการสื่อสารของแบรนด์ไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมจริง หรือองค์กรตอบสนองต่อข้อร้องเรียนล่าช้า อาจนำไปสู่กระแสเชิงลบและวิกฤตด้านภาพลักษณ์ได้อย่างรวดเร็ว
Social Commerce และการตลาดบนโซเชียลมีเดีย
หนึ่งในแนวโน้มสำคัญของปี 2025–2026 คือการเติบโตของ Social Commerce ซึ่งทำให้ขั้นตอนการค้นพบสินค้า การสอบถามข้อมูล การชมรีวิว และการตัดสินใจซื้อเกิดขึ้นภายในแพลตฟอร์มเดียว
รูปแบบที่มีบทบาทมากขึ้น ได้แก่
- Live Commerce
- Short-Video Commerce
- Affiliate และ Creator Commerce
- การสนทนากับร้านค้าผ่าน Chat
- Personalized Offer
- การเชื่อม Social Media กับระบบชำระเงินและ Logistics
ควบคู่กันนั้น Influencer Marketing ยังคงมีบทบาทสูง โดยเฉพาะ Micro-Influencer และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ซึ่งอาจมีความใกล้ชิดกับผู้ติดตามและสร้าง Engagement ที่มีคุณภาพในบางกลุ่มตลาด
องค์กรควรประเมิน Influencer มากกว่าจำนวนผู้ติดตาม โดยพิจารณา
- ความสอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมาย
- คุณภาพและความน่าเชื่อถือของผู้ติดตาม
- Engagement ที่เกิดจากผู้ใช้งานจริง
- Brand Safety และประวัติความเสี่ยง
- Conversion และผลต่อธุรกิจ
AI เปลี่ยนวงจรการผลิตและวิเคราะห์คอนเทนต์
เทคโนโลยี AI ถูกนำมาใช้มากขึ้นทั้งด้านการผลิตคอนเทนต์ การวิเคราะห์ข้อมูล และการปรับข้อความสื่อสารให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย
ตัวอย่างการใช้งาน ได้แก่
- สร้างข้อความ ภาพ เสียง และวิดีโอ
- สรุปกระแสและความคิดเห็นจำนวนมาก
- วิเคราะห์ Sentiment, Topic และ Emerging Issues
- แนะนำเวลาและรูปแบบการเผยแพร่
- ปรับ Personalization ตามกลุ่มผู้ชม
- ตรวจจับสัญญาณวิกฤตและความผิดปกติ
อย่างไรก็ตาม AI ยังเพิ่มความเสี่ยงด้านข้อมูลผิด Deepfake การแอบอ้างแบรนด์ ลิขสิทธิ์ ความเป็นส่วนตัว และการเผยแพร่เนื้อหาโดยไม่มีการตรวจสอบ
องค์กรจึงต้องวาง AI Governance, Human Review และ Content Approval Workflow ควบคู่กับการเพิ่มความเร็วในการผลิต
บทบาทของโซเชียลมีเดียต่อสังคมไทย
โซเชียลมีเดียในประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือเชิงพาณิชย์ แต่ยังเป็นพื้นที่สะท้อนประเด็นทางสังคม เศรษฐกิจ และความรู้สึกของผู้คน ตั้งแต่ค่าครองชีพ สุขภาพจิต ความเหลื่อมล้ำ ไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและบทบาทของ AI
แพลตฟอร์มออนไลน์จึงทำหน้าที่พร้อมกันหลายบทบาท
- พื้นที่แสดงออกและสร้างอัตลักษณ์
- ช่องทางรวมกลุ่มและสร้างชุมชน
- แรงขับเคลื่อนของประเด็นสังคม
- แหล่งข้อมูลที่มีอิทธิพลต่อความคิดเห็นสาธารณะ
- พื้นที่ซึ่งข้อมูลจริง ข้อมูลคลาดเคลื่อน และการชักจูงแข่งขันกัน
การวิเคราะห์โซเชียลมีเดียจึงต้องดูมากกว่าปริมาณข้อความ โดยพิจารณาบริบท เครือข่ายผู้มีอิทธิพล ความเร็วการแพร่กระจาย และผลกระทบต่อสังคมร่วมด้วย
สิ่งที่องค์กรควรทำในปี 2025–2026
- กำหนดบทบาทของแต่ละแพลตฟอร์ม ตามกลุ่มเป้าหมายและ Customer Journey
- สร้าง Social Intelligence เพื่อวิเคราะห์ Topic, Sentiment, Influence และ Emerging Risk
- เชื่อม Social Data กับข้อมูลธุรกิจ เช่น CRM, Sales, Customer Service และ Reputation
- วาง Crisis Monitoring และ Response Workflow ที่กำหนดผู้รับผิดชอบและเวลาตอบสนองชัดเจน
- บริหาร Influencer ด้วยข้อมูล ครอบคลุม Audience Quality, Brand Fit, Risk และ Conversion
- กำหนด AI Governance สำหรับคอนเทนต์ รวม Human Approval และการเปิดเผยเมื่อเหมาะสม
- วัดผลมากกว่า Engagement โดยเชื่อมกับ Lead, Conversion, Customer Experience และ Business Impact
บทสรุป
ในช่วงปี 2025–2026 สื่อสังคมออนไลน์ในประเทศไทยได้พัฒนาเป็นระบบนิเวศดิจิทัลที่เชื่อมโยงการสื่อสาร การค้า ความบันเทิง การบริการลูกค้า และความคิดเห็นสาธารณะเข้าด้วยกัน
ผู้ใช้งานมีพฤติกรรมซับซ้อนขึ้น แต่ละแพลตฟอร์มมีบทบาทเฉพาะด้านชัดเจน และ AI กำลังเร่งทั้งโอกาสและความเสี่ยงของการสื่อสารออนไลน์
การเข้าใจภูมิทัศน์โซเชียลมีเดียอย่างลึกซึ้งไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นความสามารถเชิงยุทธศาสตร์สำหรับองค์กรที่ต้องการสร้างการเติบโต ความเชื่อมั่น และความพร้อมรับมือวิกฤตในยุคดิจิทัล
องค์กรที่สามารถเปลี่ยนข้อมูลจากโซเชียลมีเดียให้เป็น Social Intelligence และเชื่อมโยงกับการตัดสินใจระดับบริหาร จะได้เปรียบกว่าองค์กรที่มองโซเชียลมีเดียเป็นเพียงช่องทางเผยแพร่คอนเทนต์
เกี่ยวกับผู้เขียน
อาจารย์ปรเมศร์ เพียรสกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cybersecurity) ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงกลยุทธ์ ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (Chief Executive Officer: CEO) และผู้ก่อตั้ง บริษัท อินเทลลิเจนท์ ดาต้า อนาไลติค จำกัด โดยมุ่งพัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยี เพื่อเปลี่ยนข้อมูลให้เป็นข่าวกรองที่เชื่อถือได้สำหรับการตัดสินใจของผู้บริหารและองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
#SocialMediaThailand #SocialIntelligence #DigitalMarketing #SocialCommerce #DigitalTransformation




